Chula Engineering

Fun Facts

  • ชาววิศวะฯ จุฬาฯ เรียกตัวเองว่า Intania มาจากคำว่า Intern + Engineer ที่แปลว่าวิศวกรฝึกหัด
  • คณะวิศวะฯ มีลานเรียกว่าลานเกียร์ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากใครสะดุดลานเกียร์จะมีแฟนเป็นเด็กวิศวะฯ
  • คณะวิศวะฯมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครโดนรุ่นน้องไหว้ คนนั้นจะเรียนไม่จบ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำได้เพียงยกมือทักทาย
  • สมาชิกชมรมวาทะฯ ของวิดวะมักจะเจอประสบการณ์หลอนๆบ่อยที่สุด และเกือบทั้งหมดเกิดในห้องประชุมใหญ่ ที่ตึกสาม ของวิศวะฯ
  • ปีกอาคารเรียนชั้นสี่ ตึกสาม คณะวิศวะฯ หลังหกโมงเย็นแล้ว บรรยากาศจะน่ากลัวที่สุด ชนิดที่ว่า แค่ห้าโมงเย็นก็ไม่มีคนเดินแล้ว
  • ถนนหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ข้างหอนาฬิกา มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่าสามแยกปากหมาหวาน
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อก่อน คือ โรงเรียนยันตรศึกษาอาคารที่ตั้งวังใหม่ หรือวังกลางทุ่งหรือวังวินด์เซอร์ (เคยเป็นวังของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสยามบรมราชกุมาร)
  • ปราสาทแดง หรือตึกแฝดที่สร้างเลียนแบบให้เหมือนกัน(สร้างตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจุฬาฯเชียวนะ) ถึงแม้จะเป็นแฝด แต่ก็มีอะไรที่แตกต่างกันคือปูนที่อยู่ที่อิฐแต่ละก้อน ตึก1จะแบบเว้าเข้า ตึก2จะนูนออก
  • เน็คไทของวิศวะนั้น เป็นธรรมเนียมที่น้องปี1 จะได้รับต่อๆมาจากพี่ปี 2 ใช้ตกทอดไปเป็นรุ่น ๆ ไปเรื่อย ๆ
  • สาเหตุที่เนคไทวิศวะฯ ต่างจากเนคไทของจุฬาฯ นั้นเนื่องจากสมัยก่อนคณะวิศวะฯ เคยมีเรื่องกับจุฬาฯ จนคณะวิศวะฯ แยกออกไปตั้งเป็นมหาวิทยาลัยของตนเอง แต่ภายหลังก็กลับมารวมกับจุฬาฯ ได้อีกครั้ง แต่คณะได้ขอใช้เนคไทแบบเดิมไว้
  • รูปบนไทของวิศวะฯ จุฬาคือรูปแกนพระเกี้ยว โดยมีความหมายคือคณะวิศวะฯ เป็นดั่งแกนของจุฬา
  • เพลงประจำคณะวิศวะฯ จุฬา คือ เพลงปราสาทแดง

ที่มา: http://www.dek-d.com/board/view/1079003